วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันวิสาขบูชา

วั น วิ ส า ข บู ช า

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสา - ขบุรณมีบูชา "
แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองครั้ง ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗



ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้
คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ

1. เป็นวันประสูติ
เมื่อพระนางสิริมหามายาอัครมเหสีในพระเจ้าสุโททะนะ ทรงมีพระประสูติกาลคือ เจ้าชายสิทธัตถะ ณ ป่าลุมพินีวัน ซึ่งเป็นดินแดนระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ กับกรุงเทวทหะ ปัจจุบันเรียกว่า ตำบลรุมมินเด แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล ครั้งนั้นตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี
2. เป็นวันตรัสรู้
หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงถือเพศฆราวาสมา 29 พรรษา จนมีพระโอรสคือ พระราหุล แล้วทรงเบื่อหน่ายทางโลก จึงเสร็จออกบรรพชา ทรงประจักษ์หลักธรรมขึ้นในพระปัญญษ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย) ตรงกับวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ( ขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนม์มายุได้ 35 พรรษา หลังจากออกผนวช ได้ 6 ปี )
3. วันปรินิพพาน
หลังจากพระพุทธเจ้าองค์ทรงใช้เวลาทั้งหมดเผยแพร่พระศาสนาและสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน จนพระชนมายุได้ 80 พรรษาก็เสร็จดับขันธปรินิพาน ณ สาลวโนทยาน แขวงเมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ตรงกับวันอังคารขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ก่อนพุทธศักราช 1 ปี



นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง 3 เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกัน นับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิต ได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แบบทดสอบ

คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. อาณาจักรสุโขทัยมียุคที่รุ่งเรืองที่สุดอยู่ในสมัยของกษัตริย์พระองค์ใด
ก.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ข.พ่อขุนรามคำแหง ค.พญาไสลือไทย ง.พ่อขุนบานเมือง
2. อาณาจักรสุโขทัยตกเป็นเมือขึ้นของกรุงศรีอยุธยาในสมัยของกษัตริย์พระองค์ใด
ก.พญาไสลือไทย ข.พ่อขุนบานเมือง ค.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ง.พ่อขุนรามคำแหง
3. การปกครองหัวเมืองหรือการปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยสุโขทัยแบ่งหัวเมืองออกเป็นกี่ประเภท
ก.5 ข.7 ค.2 ง.3
4. เมืองที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์คือเมืองใด
ก.หัวเมืองชั้นนอก ข.เมืองประเทศราชค.หัวเมืองชั้นใน ง.เมืองพระยามหานคร
5. เมืองที่มีสิทธิ์ในการปกครองตนเอง และต้องส่งเครื่องราชบรรณาการคือเมืองใด
ก.เมืองหน้าด่าน ข.หัวเมืองชั้นนอก ค.หัวเมืองชั้นใน ง.เมืองประเทศราช
6. ตัวอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์ขึ้นเรียกว่าอะไร
ก.ตัวอักษร ข.ลายสือไทย ค.ลายกนก ง.ตัวหนังสือไทย
7. เมืองใดมีหน้าที่เตรียมเสบียงอาหารเพื่อช่วยเหลือยามเกิดศึก
ก.หัวเมืองชั้นนอก ข.เมืองประเทศราช ค.เมืองลูกหลวง ง.หัวเมืองชั้นใน
8. กฎหมายใดที่ไม่ปรากฎในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง
ก.กฎหมายมรดก ข.กฎหมายค้าขาย ค.กฎหมายภาษี ง.กฎหมายการศึกษา
9. พระมหากษัตริย์องค์ใดที่ทรงออกกฎหมายเกี่ยวกับศักดินา
ก.พระมหาธรรมราชาที่1 ข.สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ค.พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ง.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
10. ข้อใดไม่สอดคล้องกัน
1.กรมเวียง - พระยมทรงสิงห์2. กรมวัง - เทพดาทรงโค3. กรมคลัง - บัวแก้ว4. กรมนา - เทพดาทรงโค
ก.ข้อ 1ข.ข้อ 2 ค.ข้อ 3 ง.ข้อ 4